การขอรับเงินคืนของสมาชิกพ้นสภาพ
 
 

สุจิตรา ธรรมชาติ
ฝ่ายทะเบียนจ่าย

การนับเวลาราชการช่วงขึ้นทะเบียนทหารกองประจำการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา กบข. ได้ประชาสัมพันธ์เรื่องการนับเวลาราชการช่วงขึ้นทะเบียนทหารกองประจำการ ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร ผ่านสื่อต่างๆ ให้เจ้าหน้าที่ส่วนราชการต้นสังกัดและสมาชิกได้ทราบโดยทั่วกัน ดังนั้น e - Officer News ฉบับนี้ จะขอชี้แจงรายละเอียดดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อให้สมาชิกที่เข้าข่ายตามหลักเกณฑ์นี้ได้ดำเนินการจัดส่งเอกสารมายัง กบข. ได้อย่างถูกต้องค่ะ

จากการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้วินิจฉัยชี้ขาดให้นับเวลาราชการของผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนทหารกองประจำการในช่วงเวลาที่ขึ้นทะเบียนทหารกองประจำการเป็นเวลาสำหรับคำนวณเงินประเดิมได้เช่นเดียวกับการนับเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญ     โดยนำบทบัญญัติมาตรา 23 วรรคสี่ แห่ง พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 เกี่ยวกับการนับเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญของผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนทหารกองประจำการมาบังคับใช้กับการนับเวลาราชการเพื่อคำนวณเงินประเดิมได้โดยอนุโลม

ดังนั้น ผู้ที่ได้สมัครเป็นสมาชิก กบข. ตาม พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539 ซึ่งเป็นข้าราชการอยู่ก่อนวันที่ 27 มีนาคม 2540 และได้ขึ้นทะเบียนทหาร กองประจำการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารจนถึงวันปลดจากกองประจำการ สามารถนำช่วงเวลาระหว่างนั้นมาเป็นเวลาราชการสำหรับคำนวณเงินประเดิมได้ด้วย

สำหรับสมาชิกที่เข้ากรณีข้างต้นแต่ยังไม่ได้แจ้งข้อมูลมายัง กบข. (ยกเว้นข้าราชการทหาร ซึ่ง กบข. ได้ประสานงานขอข้อมูลสมาชิกทุกรายจากหน่วยงานต้นสังกัดแล้ว) กบข. ขอความร่วมมือจัดส่งเอกสารมายัง กบข. เพื่อทำการตรวจสอบและปรับปรุงฐานข้อมูลสำหรับคำนวณเงินประเดิมให้เป็นปัจจุบันต่อไป โดยเอกสารหลักฐานที่ต้องจัดส่งประกอบด้วย สำเนา ก.พ.7 พร้อมเจ้าหน้าที่รับรองสำเนาถูกต้อง และ สำเนาแบบบันทึกรับรองเวลาราชการที่ออกโดยกรมการเงินกลาโหม พร้อมเจ้าหน้าที่รับรองสำเนาถูกต้อง (ฉบับจริงให้เก็บเป็นหลักฐานไว้ที่หน่วยงาน) โดยจัดส่งเอกสารทั้งหมดมาที่
ฝ่ายทะเบียนรับ "งานปรับปรุงเงินประเดิม"
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ชั้น 4
เลขที่ 990 ถนนพระราม 4
แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

อย่างไรก็ตามกระทรวงการคลังจะเป็นผู้ตรวจสอบข้อมูลสำหรับคำนวณเงินประเดิมอีกครั้ง ก่อนที่ กบข. จะจ่ายเงินให้แก่สมาชิกต่อไป ส่วน กบข. นั้นจะทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ปรับปรุงฐานข้อมูลสมาชิกให้เป็นปัจจุบันตามข้อมูลและหลักฐานที่มีครบถ้วนแล้วเท่านั้นคะ

บริการใหม่สำหรับสมาชิกพ้นสมาชิกภาพ

วันนี้สมาชิก กบข. ที่กำลังจะสิ้นสุดสมาชิกภาพและจะต้องยื่นเรื่องขอรับเงินคืนจาก กบข. นั้น สามารถใช้บริการโครงการทยอยขอรับเงินคืนได้ จากเดิมที่ต้องขอรับเงินคืนไปทั้งจำนวนในคราวเดียว ซึ่งโครงการดังกล่าวมีเงื่อนไขการให้บริการ ดังนี้

  • กรณีฝากให้กองทุนบริหารต่อหรือขอทยอยรับต้องมียอดเงินในบัญชีไม่ต่ำกว่า 35,000 บาท
  • การทยอยรับเงิน ต้องรับเป็นรายงวดๆ ละเท่าๆ กัน โดยอาจเลือกรับเป็นรายงวด 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี ก็ได้
  • กบข. จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเพียงวิธีเดียวเท่านั้น และหักภาษี (ถ้ามี) ค่าธรรมเนียมธนาคารที่เกิดขึ้นจริงจากยอดเงินที่สมาชิกได้รับทั้งจำนวนหรือรายงวด
  • สมาชิกสามารถแจ้งเปลี่ยนแปลงจำนวนเงิน หรือความถี่ในการขอรับเงินคืนได้ปีละ 1 ครั้ง ตามปีปฏิทิน โดยใช้ "แบบแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้แจ้งความประสงค์ให้กองทุนบริหารต่อหรือขอทยอยรับเงิน ( แบบ กบข. บต 002/2551)"
  • เงินที่คงไว้กับ กบข.นั้น จะบริหารตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการเงินของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงไม่น้อยกว่าร้อยละ 60)
  • สิทธิประโยชน์ด้านภาษี
    • กรณีสมาชิกพ้นสมาชิกภาพเนื่องจากออกจากราชการด้วยเหตุสูงอายุ ทดแทน หรือทุพพลภาพ เงินที่ได้รับจากการพ้นสมาชิกภาพจะเข้าเกณฑ์ได้รับยกเว้นภาษีอยู่แล้ว เมื่อให้ กบข. บริหารต่อและภายหลังขอรับเงินคืน เงินดังกล่าวก็ยังคงได้รับยกเว้นภาษีเช่นเดิม ยกเว้น ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นนับจากวันที่ให้ กบข.บริหารต่อจะไม่ได้รับการยกเว้นภาษี
    • กรณีสมาชิกพ้นสมาชิกภาพเนื่องจากออกจากราชการด้วยเหตุอื่นที่มิใช่เหตุดังกล่าวข้างต้นเงินที่ได้รับจากการพ้นสมาชิกภาพจะไม่ได้รับการยกเว้นภาษี เมื่อให้ กบข. บริหารต่อและภายหลังขอรับเงินคืน เงินดังกล่าวพร้อมผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นนับจากวันที่ให้ กบข.บริหารต่อ ก็จะไม่ได้รับการยกเว้นภาษีเช่นเดียวกัน

ขั้นตอนการแจ้งความประสงค์ให้กองทุนบริหารต่อหรือขอทยอยรับเงิน

  1. กรอกแบบขอรับเงินจากกองทุน (กรณีสมาชิกเป็นผู้ขอรับเงิน) ผ่านส่วนราชการต้นสังกัด โดยระบุความประสงค์ในข้อ 3ขอฝากเงินให้กองทุนบริหารต่อ หรือขอทยอยรับเงิน หรือขอรับเงินบางส่วน ส่วนที่เหลือขอทยอยรับ
  2. กรอกแบบแจ้งความประสงค์ให้กองทุนบริหารต่อหรือขอทยอยรับเงิน แล้วจัดส่งมาพร้อมกับแบบขอรับเงินจากกองทุนและหลักฐานตามที่กำหนด
  3. กบข. จะดำเนินการตามความประสงค์ของสมาชิก ก็ต่อเมื่อได้รับแบบขอรับเงินจากกองทุนและ แบบแจ้งความประสงค์ให้กองทุนบริหารต่อหรือขอทยอยรับเงินพร้อมเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้ว
  4. หากต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล บัญชีเงินฝากธนาคาร จำนวนเงิน หรือความถี่ในการขอรับเงินคืน ให้ใช้ "แบบแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้แจ้งความประสงค์ให้กองทุนบริหารต่อหรือขอทยอยรับเงิน" โดยการเปลี่ยนแปลงจำนวนเงิน หรือความถี่ในการขอรับเงินคืน เปลี่ยนแปลงได้ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น

ทั้งนี้ สมาชิกที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ใน "แบบแจ้งความประสงค์ให้กองทุนบริหารต่อหรือขอทยอยรับเงิน" หรือที่ www.gpf.or.th เมนูข้อมูลสมาชิก หัวข้อ บริหารต่อ / ขอทยอยรับเงิน และสมาชิกที่สนใจใช้บริการดังกล่าวสามารถกรอกแบบฟอร์มได้ที่เมนูแบบฟอร์มและใบคำร้องค่ะ

หน้าหลัก บท บก. การนำส่งเงิน กบข. การขอรับเงินคืนของสมาชิกพ้นสมาชิกภาพ สวัสดิการเพื่อสมาชิก
108 คำถามควรรู้ กบข. สมาชิกสัมพันธ์สัญจร ข่าวฝากจาก กบข. สาระน่ารู้