ประกาศกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
เรื่อง การรับสมัครบุคคลเพื่อสรรหาคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่ง
เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ผู้บริหารสูงสุด)
(ระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 13 มีนาคม 2569)
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันการจ่ายบำเหน็จบำนาญและให้ประโยชน์ตอบแทนการรับราชการแก่ข้าราชการเมื่อออกจากราชการ และเพื่อส่งเสริมการออมทรัพย์ของสมาชิก รวมทั้งเพื่อจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นให้แก่สมาชิก โดย กบข. มีสถานะเป็นนิติบุคคลที่ไม่เป็นส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามวิธีการงบประมาณ
ในการนี้ กบข. มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ กบข. โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม
ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ณ วันที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ กบข. ดังต่อไปนี้
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่เกินหกสิบปีบริบูรณ์
(3) สามารถปฏิบัติงานให้แก่กองทุนได้เต็มเวลา
(4) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
(5) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
(6) ไม่เป็นข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(7) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือกรรมการหรือที่ปรึกษา หรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง
(8) ไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
(9) ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญากับ กบข. หรือในกิจการที่กระทำให้แก่ กบข. ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม เว้นแต่เป็นผู้ซึ่งคณะกรรมการ กบข. มอบหมายให้เป็นกรรมการในบริษัทที่ กบข. เป็นผู้ถือหุ้น
(10) ไม่เป็นผู้มีประวัติเสื่อมเสียจากการบริหารงานที่ฝ่าฝืนหลักการธรรมาภิบาล หรือผลประโยชน์หรือส่วนได้เสีย (Conflict of Interest) ของหน่วยงานที่ตนเคยปฏิบัติงานมาก่อน
(11) มีความรู้ ประสบการณ์ด้านการบริหาร และการเงิน การคลัง การลงทุน หรือการธนาคาร
(12) มีคุณสมบัติต่อไปนี้อย่างหนึ่งอย่างใดหรือทั้งสองอย่างรวมกันเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่าสามปีและภายในระยะเวลาไม่เกินสามปีนับถึงวันยื่นใบสมัคร ดังต่อไปนี้
(ก) เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารองค์กรเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจโดยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับรองผู้บริหารสูงสุด โดยองค์กรเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจดังกล่าวต้องมีขนาดสินทรัพย์ไม่ต่ำกว่าห้าพันล้านบาทหรือรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละหนึ่งพันล้านบาท แต่ในกรณีที่เป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนหรือบริษัทหลักทรัพย์ที่เก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้าต้องมีขนาดสินทรัพย์ภายใต้การบริหารไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนล้านบาท
(ข) เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไปหรือหน่วยงานของรัฐที่เทียบเท่าระดับกรมขึ้นไป โดยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับรองผู้บริหารสูงสุดของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐดังกล่าว
ในกรณีที่ผู้สมัครผู้ใดมีลักษณะต้องห้ามตาม (6) ถึง (9) ข้างต้น และได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ กบข. ผู้สมัครผู้นั้นจะต้องดำเนินการให้ตนเองไม่มีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวให้เรียบร้อยก่อนวันลงนามสัญญาจ้างบริหารงานในตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ กบข. แต่ต้องไม่เกินกว่า 30 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการ กบข. อนุมัติการจ้าง เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น ให้เสนอคณะกรรมการ กบข. เพื่อพิจารณาขยายระยะเวลาต่อไป ถ้าไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ จะถือว่าผู้สมัครดังกล่าวมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายที่จะเสนอแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ กบข. และยินยอมให้ กบข. พิจารณาเพิกถอนสิทธิการได้รับคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ กบข. ในทันที โดยผู้สมัครไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ จาก กบข. ในการดำเนินการดังกล่าวทั้งสิ้น
2. เงื่อนไขการจ้าง อัตราเงินเดือน และผลประโยชน์ตอบแทน
(1) เลขาธิการคณะกรรมการ กบข. มีวาระการดำรงตำแหน่งไม่เกิน 4 ปี นับแต่วันที่เริ่มดำรงตำแหน่ง หรือเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ แล้วแต่เหตุใดจะถึงก่อน และเมื่อครบกำหนดตามสัญญาจ้างหากมีอายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ คณะกรรมการ กบข. จะต่ออายุสัญญาจ้างอีกก็ได้
(2) เลขาธิการคณะกรรมการ กบข. จะได้รับเงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนตามคุณสมบัติและประสบการณ์ ซึ่งจะเป็นไปตามที่ตกลงกับคณะกรรมการ กบข.
3. การรับสมัคร
(1) การรับสมัคร
(ก) ดาวน์โหลดใบสมัครได้ทางเว็บไซต์
คลิก
(ข) ผู้สมัครต้องกรอกข้อมูลในใบสมัคร พร้อมแนบเอกสารอ้างอิงที่เกี่ยวข้องและรับรองสำเนาถูกต้อง โดยยื่นผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งดังต่อไปนี้
1) สมัครด้วยตนเองได้ที่ “สายงานทรัพยากรบุคคล กบข. เลขที่ 990 อาคารอับดุลราฮิม เพลส ชั้น 6 ถนนพระราม 4 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500”
2) ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยัง “เลขานุการคณะอนุกรรมการสรรหาคัดเลือกเลขาธิการ สายงานทรัพยากรบุคคล กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เลขที่ 990 อาคารอับดุลราฮิม เพลส ชั้น 6 ถนนพระราม 4 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500”
3) ส่งใบสมัครและเอกสารประกอบอื่นในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ไปยังอีเมลของ “เลขานุการคณะอนุกรรมการสรรหาคัดเลือกเลขาธิการ (sujinda@gpf.or.th)”
(ค) ระยะเวลาการรับใบสมัครตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 13 มีนาคม 2569 โดย กบข. จะถือเอาวันที่ตามที่ปรากฏในตราประทับส่งไปรษณีย์เป็นสำคัญ ทั้งนี้ ในกรณีที่ส่งผ่านทางอีเมล สำนักงานฯ จะถือเอาวันเวลาที่ระบุในอีเมลเป็นสำคัญ
(ง) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “ผู้บริหารสายงานทรัพยากรบุคคล” กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) โทร. 0 2636 1000 ต่อ 152 ระหว่างเวลา 9.00 น. - 17.00 น. (เว้นวันหยุดทำการของ กบข.)
(2) เอกสารหลักฐานประกอบการสมัคร
(ก) ใบสมัครงานตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ กบข. ตามแบบที่กำหนด
(ข) รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก ขนาด 2 นิ้ว 1 รูป
(ค) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวข้าราชการ หรือบัตรประจำตัวพนักงานหรือเจ้าหน้าที่องค์การของรัฐ
(ง) สำเนาทะเบียนบ้าน
(จ) สำเนาหลักฐานแสดงคุณวุฒิการศึกษา
(ฉ) งบการเงินหรือรายงานประจำปีที่แสดงถึงขนาดขององค์กร (ย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี)
(ช) โครงสร้างองค์กรที่ปฏิบัติงานหรือเคยปฏิบัติงาน
(ซ) หนังสือรับรองการดำรงตำแหน่งจากหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อแสดงคุณสมบัติของผู้สมัครตามข้อ 1 (12) เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นที่ไม่อาจหาหนังสือรับรองการดำรงตำแหน่งจากหน่วยงานต้นสังกัด อาจใช้เอกสารหลักฐานอื่นที่สามารถแสดงคุณสมบัติของผู้สมัครดังกล่าวแทนได้
(ฌ) หนังสือรับรองเงินเดือน พร้อมทั้ง ภงด. 91 ในปีที่เสียภาษี จำนวน 3 ปีย้อนหลัง
(ญ) ผู้ที่ผ่านการสรรหาคัดเลือกจากคณะอนุกรรมการสรรหาคัดเลือกเลขาธิการต้องจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ กบข. ที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการบริหาร กบข. หากได้รับการคัดเลือกเป็นเลขาธิการคณะกรรมการ กบข. โดยมีความยาวรวมกันไม่เกิน 5 หน้ากระดาษ A 4 โดยใช้ขนาดตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 รวมทั้งเอกสารนำเสนอ (Slide Presentation) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ส่งไปยังอีเมลของ “เลขานุการคณะอนุกรรมการสรรหาคัดเลือกเลขาธิการ” (sujinda@gpf.or.th)
4. การพิจารณาคัดเลือก
(1) คณะอนุกรรมการสรรหาคัดเลือกเลขาธิการสงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้จากใบสมัครของผู้สมัครก่อน และอาจพิจารณาเชิญผู้สมัครเข้ารับการสัมภาษณ์ตามวัน เวลา และสถานที่ที่จะแจ้งให้ทราบ โดยการสัมภาษณ์จะเป็นการสัมภาษณ์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ผู้สมัครที่ไม่เข้ารับการสัมภาษณ์ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ
(2) ผู้ที่ผ่านการสัมภาษณ์ต้องนำเสนอวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการ กบข. ตามวันเวลาที่กำหนด
(3) กบข. จะพิจารณาคัดเลือกเฉพาะผู้สมัครที่เห็นว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ กบข. โดยผลการตัดสินของคณะกรรมการ กบข. ถือว่าเป็นที่สุด และผู้สมัครจะต้องยอมรับในผลการตัดสินดังกล่าว
5. การยกเลิกการสรรหา
ในเวลาใดก่อนที่จะมีการประกาศผลการสรรหาคัดเลือกผู้สมัครเข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ กบข. นั้น ถ้าหากมีเหตุผลความจำเป็นอันสมควรเพื่อประโยชน์แก่ กบข. คณะกรรมการ กบข. มีสิทธิพิจารณายกเลิกการสรรหาคัดเลือกดังกล่าวเพื่อดำเนินการสรรหาคัดเลือกครั้งใหม่ได้ และการพิจารณายกเลิกการสรรหาคัดเลือกดังกล่าวถือเป็นที่สุด แต่ไม่ตัดสิทธิผู้สมัครตามประกาศนี้ในการสมัครเข้ารับการสรรหาคัดเลือกครั้งใหม่ได้
ประกาศกองทุนฯ เรื่อง การรับสมัครบุคคลเพื่อรับการคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ กบข.
ใบสมัครเลขาธิการ