หน้าหลัก > e-library > สาระน่ารู้เพื่อการเกษียณ > อยู่ดีมีสุข
 
มากินกล้วยกันเถอะ 
กล้วยเป็นผลไม้ที่มีทุกยุคทุกสมัย หากินได้ง่ายทุกฤดูกาล จนใครหลายคนมองข้ามประโยชน์ที่แท้จริงไป
* ปู่ย่าตายายนิยมใช้กล้วยน้ำว้าสุกเลี้ยงเด็กทารกมาตั้งแต่โบราณ เพราะมีส่วนประกอบของโปรตีนใกล้เคียงกับนมแม่ มีเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด ทั้งยังมีกรดอะมิโนชนิดที่ทารกต้องการเพื่อการเจริญเติบโตอยู่มาก ที่พิเศษกว่าพืชชนิดอื่นคือ น้ำตาลในกล้วยช่วยให้แคลเซียมถูกดูดได้ง่ายและสมบูรณ์ขึ้น 

* กล้วยน้ำว้าสุกช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ เพราะมีสารเพ็กติน (Pectin) เพิ่มกากให้สำไส้ใหญ่ กระตุ้นให้ผนังลำไส้ทำงานดี ผู้สูงอายุถ้าได้กินกล้วยน้ำว้าวันละ 1 ผลกับน้ำผึ้ง ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง ระบบย่อยอาหารและระบบทางเดินอาหารเป็นปกติดี 

* ดร.Jean Carper นักโภชนาการชื่อดังได้ยืนยันประโยชน์ของกล้วยในเชิงสมุนไพรไว้ว่า กล้วยมีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อยในกระเพราะได้ดี (Dyspepsia) หากกินกล้วยเป็นประจำจะทำให้กระเพาะแข็งแรง ผู้ที่มีปัญหาจากกรดในกระเพาะจะมีอาการดีขึ้น และกล้วยยังมีฤทธิ์เหมือนยาปฏิชีวนะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ด้วย ใครที่มีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ มีอาการโคกครากในท้อง ถ้าปล่อยไว้นานๆ โดยไม่หาทางแก้ไขจะกลายเป็นแผลในกระเพาะได้ 

* ผู้ที่มีอาการปวดท้องใกล้กระบังลมบ่อยครั้ง มักจะปวดเวลาหิวมากๆ หรือปวดเมื่อกินอาหารอิ่มใหม่ เนื่องจากกระเพาะมีอาการอ่อนไหว มีรายงานจากแพทย์อินเดียว่า หมอให้ผู้ป่วยกินแคปซูลบรรจุกล้วยผงติดต่อกัน 8 สัปดาห์ ปรากฏว่าผู้ป่วยหายจากอาการดังกล่าว 

* ผู้ที่รับประทานอาหารผิดเวลาบ่อยๆ กรดในกระเพาะจะหลั่งออกมาแต่ไม่มีอาหารให้ย่อยมันก็จัดการทำร้ายผนังกระเพาะเข้าให้ นานวัน เมือกที่คลุมปกป้องกระเพาะไว้จะเสื่อมสลายไปเหลือแต่ผนังกระเพาะแท้ๆ ที่ต้องผจญกับกรดเข้มข้นเมื่อโดนกรดย่อยอีกสักพักก็จะเกิดแผลเรียก Ulcer (อัลเซอร์) โรงพยาบาลในฝรั่งเศสใช้กล้วยมาต้มเป็นโจ๊กให้ผู้ป่วยโรคกระเพาะกินทุกวัน ปรากฏว่าผู้ป่วยหายจากโรคกระเพาะได้ดีกว่าใช้ยา

* งานวิจัยในออสเตรเลียให้สัตว์ทดลองกินกล้วยผงเป็นประจำ ผลปรากฏคือผนังกระเพาะจะหนามากขึ้น กระเพาะทนกรดเข้มข้นได้มากกว่าปกติ 

* กินกล้วยเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

* ดร.Ralph Best มหาวิทยาลัยแอสตัน เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ อธิบายว่า กล้วยมีสารบางตัวช่วยกระตุ้นเซลล์ของกระเพาะอาหาร ทำให้เซลล์พวกนี้แบ่งตัวเติบโตได้อีกครั้ง เซลล์และเยื่อเมือกบุกระเพาะขยายมีปริมาณมากขึ้น กระเพาะแข็งแรงขึ้น แม้จะมีกรดหลั่งออกมา ผนังกระเพาะก็ไม่มีทางกระทบกระเทือน 

* กล้วยช่วยบรรเทาอาการอีกหลายโรค เช่น ปวดข้อ ความดันโลหิตสูง ปากขมเนื่องจากเป็นหวัด เบาหวาน ริดสีดวงทวาร

อ่านจบแล้ว คงต้องรีบไปหากล้วยมารับประทานกันบ้างแล้วล่ะค่ะ

ข้อมูล : นิตยสาร Life & Family
 
   
  วันที่ : 15 กุมภาพันธ์ 2555 
  แก้ไขล่าสุด : 15 กุมภาพันธ์ 2555