logo-itself-band
ตำแหน่งที่เปิดรับ
กรอกใบสมัคร
สรุปผลการจัดซื้อ-จัดจ้าง
วิเคราะห์ผลการจัดซื้อจัดจ้าง
ประกาศจำหน่ายทรัพย์สิน
MCS Web
แบบฟอร์ม
งาน กบข.
กิจกรรมต่าง ๆ

ข่าวประชาสัมพันธ์



การแก้ปัญหาภัยแล้ง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แสดงความเป็นห่วงเรื่องการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และได้รับทราบรายงานภัยแล้ง ระหว่างวันที่ 7-12 มกราคม 63 รวมทั้งรัฐบาลได้ให้เงินช่วยเหลือซึ่งเป็นเงินทดรองจ่าย 18 จังหวัด อาทิ เชียงราย น่าน เพชรบูรณ์ และอุตรดิตถ์ เป็นการช่วยเหลือเร่งด่วน เป็น 2 ช่วง ตั้งแต่เดือนมกราคม - เมษายน ที่แล้งมาก หลังจากนั้น เดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม ที่ฝนจะตกน้อย

ด้าน บกปภ.ช ได้มีการสั่งการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน มีการแบ่งความรับผิดชอบหลัก คือ กลุ่มที่ 1 การให้ข้อมูลสถานการณ์น้ำการพยากรณ์ กลุ่มที่ 2 คือผู้บริหารจัดการน้ำ กลุ่มที่ 3 คือหน่วยงานปฏิบัติการแก้ไขปัญหา หาแหล่งน้ำแหล่งน้ำสำรอง ขุดบ่อน้ำบาดาลและแหล่งน้ำสำรองผลิตน้ำประปาและพื้นที่นำร่องเก็บน้ำโครงการแก้มลิงชั่วคราว เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ รวมทั้งควบคุมน้ำในทางการเกษตร ขอความร่วมมือเกษตรกรไม่ให้ปิดกั้นลำน้ำหรือสูบนำเข้าพื้นที่เพาะปลูก ประสานกรมฝนหลวงในพื้นที่ทำฝนหลวงตามสภาพภูมิอากาศตามความเหมาะสม รวมทั้งเข้าระวังควบคุมไม่ให้นำน้ำเสียลงพื้นที่น้ำ เพราะจะต้องมีการนำน้ำดีไล่น้ำเสีย นอกจากนี้ ต้องดูแลการป้องกันการพังทลายของตลิ่งและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมกันประหยัดน้ำด้วย

ด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้อนุมัติโครงการเพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากภัยแล้ง และลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร จำนวน 2 โครงการ คือ 1. โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาของสมาชิกสถาบันเกษตรกรระยะที่ 2 ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ สำหรับการพัฒนาระบบน้ำในไร่นา (ขุดสระเก็บน้ำ/เจาะบ่อบาดาล) เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากภัยแล้ง และเป็นน้ำต้นทุนในการวางแผนการผลิตก่อนหรือหลังฤดูกาลให้ผลผลิตทยอยออกสู่ตลาด ในระยะเวลาที่เหมาะสมและ 2 โครงการช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิตเพื่อลดต้นทุนการผลิตไข่ไก่ของสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน โดยสหกรณ์จะจัดหาวัตถุดิบและนำมาแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพและจำหน่ายให้กับสมาชิก ในราคาถูกกว่าท้องตลาด เพื่อลดต้นทุนการผลิตไข่ไก่ให้กับสมาชิกสหกรณ์

(15 ม.ค. 63) ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้การแก้ปัญหาภัยแล้งว่า จะขอความร่วมมือจากทีมงานประชาสัมพันธ์ของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการการชี้แจงสถานการณ์น้ำ การดำเนินงานภาครัฐ รวมถึงการเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เป็นไปอย่างรอบด้านและทันต่อสถานการณ์ โดยจะครอบคลุมทั้งการประชาสัมพันธ์เชิงรุก - เชิงรับ โดยจะมีการแถลงข่าวเป็นประจำทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านโซเซียลมีเดีย การจัดทำ Fanpage กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เพื่อเป็นช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร พร้อมบูรณาการงานประชาสัมพันธ์ร่วมกับหลายหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบความคืบหน้าในการบริหารจัดการน้ำทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

ด้านนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ติดตามและตรวจสอบสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด และมีการบูรณาการทำงานร่วมกับทุกฝ่าย รวมทั้งจะได้มีการประสานเพื่อเร่งรัดงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีที่ผ่าน เพื่อไปสู่หน่วยปฏิบัติให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้เดินตามแผนงานที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็นการขุดเจาะบ่อบาดาล การซ่อมแซมระบบประปา พัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำ แก้มลิง การเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายน้ำให้เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้นด้วย

ที่มา: สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

______________________________________________________________________________________________________________

มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5

สรุปสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5

PM 2.5 คือ ฝุ่นละอองที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีขนาดประมาณเล็กกว่าเส้นผ่านศูนย์กลาง ของเส้นผมมนุษย์ถึง 20 เท่า ซึ่งมีผลต่อสุขภาพของมนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก คนชรา ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว และสตรี มีครรภ์ สำหรับประเทศไทย พื้นที่ที่มีปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 มี 3 พื้นที่สำคัญ ได้แก่

  1. พื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ สาเหตุหลักมาจากการเผา ในพื้นที่ป่าและการเผาวัสดุทางการเกษตร
  2. พื้นที่บริเวณหน้าพระลาน จ.สระบุรี สาเหตุหลักมาจากพื้นที่ที่มีการประกอบกิจการโรงโม่บดย่อยหิน เหมืองหิน โรงงานปูนซีเมนต์ โรงงานปูนขาว โรงแต่งแร่ และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การจราจรและบรรทุกขนส่งในพื้นที่เป็นจำนวน มาก
  3. พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สาเหตุหลักมาจากการรถยนต์ดีเซลและจากการจราจร อุตสาหกรรม และการเผาในที่โล่ง ประกอบกับสภาพอุตุนิยมวิทยาที่ไม่เอื้อต่อการกระจายตัวของฝุ่นละออง

สำหรับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ภาพรวมของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปี 2556 - 2563 ปริมาณ ฝุ่นละอองจะเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ไปจนถึงเดือนมีนาคม สาเหตุตามที่กล่าวมาข้างต้น ประกอบกับสภาพอุตุนิยมวิทยาไม่เอื้อต่อการกระจายตัวของฝุ่นละออง และเป็น ช่วงรอยต่อฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อน สภาวะอากาศนิ่ง ลมสงบ ส่งผลต่อการสะสมของฝุ่นละอองในบรรยากาศทำให้ระดับฝุ่นละอองมีค่า สูงขึ้นในช่วงนี้

มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5

คณะรัฐมนตรี ในการประชุมเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 มีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ“การแก้ไข ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง”ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการ แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในภาพรวมของประเทศและพื้นที่วิกฤติโดยบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันทุกภาคส่วนด้วย 3 มาตรการ โดยสรุปดังนี้

มาตรการที่ 1 : การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ (การแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนและในช่วงวิกฤต) แผนเผชิญเหตุ/มาตรการตอบโต้สถานการณ์ 4 ระดับ ดังนี้ - ระดับที่ 1 : PM2.5 ไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. หน่วยงานดำเนินภารกิจตามสภาวะปกติ - ระดับที่ 2 : PM2.5 ระหว่าง 51- 75 มคก./ลบ.ม. ทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการให้เข้มงวดขึ้น - ระดับที่ 3 : PM2.5 ระหว่าง 76 -100 มคก./ลบ.ม. ผู้ว่าราชการกทม./จังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ โดยใช้อำนาจ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องควบคุมพื้นที่ ควบคุมแหล่งกำเนิดและกิจกรรมที่ทำให้เกิดมลพิษ - ระดับที่ 4 : PM2.5 มากกว่า 100 มคก./ลบ.ม. เสนอให้ประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง (กก.คพ. กก.วล) เพื่อเสนอ มาตรการให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ

มาตรการที่ 2 : การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง(แหล่งกำเนิด)(การแก้ไขปัญหาในระยะสั้น (62-64) และระยะยาว (65-67) จากยานพาหนะ การเผาในที่โล่ง/ภาคการเกษตร อุตสาหกรรม การก่อสร้างและผังเมือง และภาคครัวเรือน

มาตรการที่ 3 : การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ (การแก้ไขปัญหาในระยะสั้น (64-64) และระยะยาว (65-67)) พัฒนาเครือข่ายการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ทบทวน/ปรับปรุงกฎหมาย/มาตรฐาน/แนวทางปฏิบัติและพัฒนาระบบ ฐานข้อมูล/ระบบคาดการณ์ เป็นต้น

สำหรับข้อมูลการติดตามตรวจวัด PM2.5 ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบ Real Time ได้ที่เว็บไซต์ Air4Thai.com แอปพลิเคชั่น Air4Thai และ bangkokairquality.com

20 มกราคม 2563