logo-itself-band
ตำแหน่งที่เปิดรับ
กรอกใบสมัคร
สรุปผลการจัดซื้อ-จัดจ้าง
วิเคราะห์ผลการจัดซื้อจัดจ้าง
ประกาศจำหน่ายทรัพย์สิน
MCS Web
แบบฟอร์ม
งาน กบข.
กิจกรรมต่าง ๆ

ข่าวประชาสัมพันธ์



เดินหน้าไปได้ด้วยดี ทำให้นักลงทุนคาดว่าเศรษฐกิจทั่วโลกจะฟื้นตัวดีขึ้น ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น ทำให้เกิดแรงเทขายพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงขึ้นถึง 1.7% ซึ่งสูงสุดในรอบ 14 เดือน แต่เริ่มอ่อนตัวลงเล็กน้อยซึ่งยังไม่มีนัยยะสำคัญ

กบข. มองแนวโน้มภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุนในช่วงนี้ว่า เศรษฐกิจโลกโดยรวมสามารถปรับตัวและทรงตัวผ่านโควิด-19 ระลอกสองได้ค่อนข้างดี เห็นได้จากการค้าระหว่างประเทศและการส่งออกทั่วโลกที่ฟื้นตัวได้ดีขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระลอกใหม่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ภาพรวมเริ่มมีการฟื้นตัวอย่างช้า ๆ โดยเฉพาะภาคบริการและการท่องเที่ยวที่ยังต้องพึ่งพารายได้จากต่างชาติ คาดว่าธุรกิจการท่องเที่ยวจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งในปี 2565

       สำหรับปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อภาคการลงทุนในช่วงนี้ ยังคงเป็นอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดย กบข. คาดว่าอาจปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 1.8-2.0% ในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ดี ส่งผลให้เงินเฟ้อเริ่มสูงขึ้น โดยในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ล่าสุดมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจนถึงปี 2566

ผลจากการที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัว ส่งผลเชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มธุรกิจที่จะกลับมาดำเนินการตามปกติได้แก่ กลุ่มคุณค่า กลุ่มวัฏจักร กลุ่มการเงิน กลุ่มพลังงาน และกลุ่มท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน Bond Yield ที่เพิ่มขึ้นกลายเป็นปัจจัยกดดันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

         จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้น ด้านค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงจากการปรับลดคาดการณ์การท่องเที่ยวของไทย โดย กบข. มองว่าอยู่ที่ระดับ 31.0-31.2 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ


   ภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนเดือนมีนาคม 2564

24 มีนาคม 2564