logo-itself-band
ตำแหน่งที่เปิดรับ
กรอกใบสมัคร
สรุปผลการจัดซื้อ-จัดจ้าง
วิเคราะห์ผลการจัดซื้อจัดจ้าง
ประกาศจำหน่ายทรัพย์สิน
MCS Web
แบบฟอร์ม
งาน กบข.
กิจกรรมต่าง ๆ
ll

ข่าวประชาสัมพันธ์



อนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทเพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 และฟื้นฟูเศรษฐกิจ

 

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ชี้แจงเกี่ยวกับ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 (พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19 ฉบับที่ 2) กรอบวงเงิน 5 แสนล้านบาท โดยเน้นการใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ 3 แผนงาน แต่กรณีที่จำเป็นสามารถปรับกรอบวงเงินภายใต้ 3 แผนงานได้เพื่อให้ได้ตามวัตถุประสงค์และเพื่อเข้าไปเสริมกับ พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19 ฉบับที่ 1 เมื่อปี 2563 จำนวน 1.9 ล้านล้านบาท (ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2563)

 

แผนงานการใช้วงเงินกู้ตาม พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19 ฉบับที่ 2 มีดังนี้

1. แผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กรอบวงเงิน 30,000 ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายเกี่ยวกับการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

2. เพื่อช่วยเหลือเยียวยาและชดเชยให้แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 วงเงิน 300,000 ล้านบาท

3. เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 วงเงิน 170,000 ล้านบาท

 

กู้เพิ่มเพราะงบเดิมมีจำกัด-ไม่พอรับมือโควิด-19

นายอาคม กล่าวว่า จากสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่แพร่กระจายและรุนแรง รัฐบาลจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเตรียมงบประมาณเพิ่มเติม หรือเสริมเข้าไปกับ พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19 ฉบับที่ 1 เพื่อรองรับผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่ เนื่องจากแหล่งเงินงบประมาณที่นำมาใช้แก้ปัญหามีจำกัดและไม่เพียงพอจากการระบาดระลอกใหม่นี้

 

มั่นใจวงเงินกู้ 5 แสนล้านบาทช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น

ทั้งนี้ กรอบวงเงิน พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19 ฉบับที่ 2 อีก จำนวน 5 แสนล้านบาทนี้ จะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2564 และ ปี 2565 ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 1.5% จากที่ประมาณการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวอยู่ในช่วง 1.5-2.5% ต่างจากปีที่แล้ว ซึ่งได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบที่ -8% แต่เมื่อมีมาตรการต่างๆ มาช่วยเหลือภาคธุรกิจ เช่น เงินกู้ Soft Loan ทำให้เศรษฐกิจไทยติดลบน้อยลงจาก -8% เป็น -6% ซึ่งในปีนี้และปีหน้าเมื่อมีเงินก้อนนี้มาใช้ในการดำเนินการต่างๆ ก็จะน่าจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ดีขึ้น

 

ยืนยันกู้เงินไม่เกินกรอบเพดานหนี้สาธารณะ

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการกู้เงินครั้งนี้รัฐบาลมีการดำเนินการอย่างระมัดระวังไม่ให้เกินกรอบเพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้ โดยคาดการณ์ว่าเมื่อกู้เต็มวงเงินในเดือน ก.ย. 2564 หนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะอยู่ที่ 58.56% ต่อจีดีพี

รมว.คลัง กล่าวด้วยว่า ในปี 2563 รัฐบาลได้ออก พ.ร.ก.กู้เงินไปแล้ว 1.9 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น การเยียวยาฟื้นฟูและด้านสาธารณสุขจำนวน 1 ล้านล้านบาท และอีก 9 แสนล้านบาทเข้ามาช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ

 

พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว

สำหรับ พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว มีผลตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. 2564 โดยใจความสำคัญเพื่อประโยชน์ ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่ยุติลง โดยให้กระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศ หรือออกตราสารหนี้ ในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย มีมูลค่ารวมกันไม่เกิน 500,000 ล้านบาท โดยต้องลงนาม ในสัญญากู้เงิน หรือออกตราสารหนี้ ภายในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564

------------------------------

 

อนุมัติให้รถแท็กซี่ป้ายดำรับผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันได้

 

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน หรือแท็กซี่ป้ายดำผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. (แอปพลิเคชัน)

      

ประโยชน์

- เป็นทางเลือกการให้บริการรถยนต์รับจ้าง สอดคล้องกับลักษณะสังคมและการใช้ชีวิตของประชาชน ที่นิยมเรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันมากขึ้น

        - หน่วยงานราชการสามารถควบคุมติดตามตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารได้และช่วยส่งเสริมให้ผู้ขับรถยนต์สามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 

ข้อกำหนดผู้ให้บริการ

- ตัวรถมีอายุการใช้งานได้ไม่เกิน 9 ปี แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ รถขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่

- ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ ผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและใช้แอปพลิเคชันที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น

- ทำประกันภัยเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของผู้โดยสาร และติดเครื่องหมายแอปพลิเคชันให้ทราบ

 

หมายเหตุ : หลัง ครม. มีมติอนุมัติจะประกาศเป็นกฎกระทรวงภายใน 30 วัน คาดบังคับใช้ประมาณปลายเดือน มิ.ย.-ก.ค.64

------------------------------

 

อนุมัติงบ 311 ล้านบาท ให้กรมราชทัณฑ์แก้ปัญหาโควิด-19 ระบาดในเรือนจำ

 

คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติกรอบวงเงิน 311,650,300 บาท ให้กรมราชทัณฑ์เป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ จำนวน 5 รายการ ประกอบด้วย

- ค่าชุดตรวจไวรัสโควิด-19 แบบ RT PCR จำนวน 100,000 ชุด เป็นเงิน 80 ล้านบาท

- ค่าก่อสร้างโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยวิกฤติในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 2 แห่ง เป็นเงิน 51,967,200 บาท

- ค่าก่อสร้างโรงพยาบาลสนามประจำเขตกลุ่มเรือนจำและทัณฑสถาน จำนวน 10 แห่ง เป็นเงิน 92,680,000 บาท

- ค่าก่อสร้างและปรับปรุงห้องกักกันโรคประจำเรือนจำและทัณฑสถานจำนวน 65 แห่ง เป็นเงิน 49,835,500 บาท

- ค่าวัสดุอุปกรณ์ป้องกันโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน เป็นเงิน 37,167,600 บาท

       ส่วนการจัดหายาฟาวิพิราเวียสำหรับผู้ติดเชื้อนั้นให้กรมราชทัณฑ์ดำเนินการตามแนวปฏิบัติ โดยขอรับการสนับสนุนยาจากกระทรวงสาธารณสุขโดยตรงและเร่งด่วน

         

      ทั้งนี้ เนื่องจากปัญหาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานเกิดการแพร่ระบาดขึ้นหลายแห่ง จึงจำเป็นต้องก่อสร้างปรับปรุงสถานที่ พร้อมจัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อแก้ไขและป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ นายกรัฐมนตรีจึงได้เห็นชอบให้ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 โดยให้กรมราชทัณฑ์เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเท่าที่จำเป็นและเหมาะสม

 ------------------------------


ร่างพระราชกฤษฎีกาฯ ยกเว้นภาษีเงินได้สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม

 

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….ปรับปรุงสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่วิสาหกิจเพื่อสังคมและบุคคลที่สนับสนุนกิจการของกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ประกอบด้วย

- ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการวิสาหกิจเพื่อสังคมและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม

- ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาผู้สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยสามารถหักลดหย่อนเงินลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคมได้ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับปีภาษีและสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ โดยหักรายจ่ายได้ตามจริงเท่าเงินลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม

 

มาตรการดังกล่าวทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 10 ล้านบาท แต่สร้างประโยชน์ในหลายด้าน ดังนี้

1. ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคมให้ขยายตัวได้มากขึ้นทั้งในเชิงปริมาณ คุณภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งเป็นประโยชน์แก่สังคมโดยรวม

2. สอดคล้องกับ พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. 2562

3. ภาคเอกชนสามารถจ้างงานหรือผู้สมควรได้รับการส่งเสริมเป็นพิเศษและแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

(ตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาฯ นี้มีผลใช้บังคับจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 66)

27 พฤษภาคม 2564


เว็บไซต์ของ กบข. มีการใช้งานคุกกี้ (Cookies) เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น โดยจะทำให้ กบข. เข้าใจลักษณะการใช้งานเว็บไซต์ของ กบข. ของท่าน และทำให้เว็บไซต์ของ กบข. เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์ของ กบข. นี้จะถือว่าท่านได้อนุญาตให้ กบข. ใช้คุกกี้ตาม นโยบายการใช้คุกกี้