logo-itself-band
ตำแหน่งที่เปิดรับ
กรอกใบสมัคร
สรุปผลการจัดซื้อ-จัดจ้าง
วิเคราะห์ผลการจัดซื้อจัดจ้าง
ประกาศจำหน่ายทรัพย์สิน
MCS Web
แบบฟอร์ม
งาน กบข.
กิจกรรมต่าง ๆ
ll

ข่าวประชาสัมพันธ์



• ความคืบหน้าฉีดวัคซีนจนเข้าใกล้ภาวะภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity) ทำให้อเมริกาและทวีปยุโรปกลับมาเปิดเมือง แต่ Covid-19 ระลอกสามทำให้หลายประเทศในทวีปเอเชียกลับมา lockdown อีกครั้ง ส่งผลเชิงลบต่อแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

• การจัดสรรการลงทุนต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นต่ออัตราเงินเฟ้อและต่อการลดความผ่อนคลายนโยบายการเงิน

• บันทึกการประชุมนโยบายการเงินของ Fed สำหรับเดือนเมษายนเริ่มมีการกล่าวถึงการพิจารณาลดความผ่อนคลายนโยบายการเงิน ทั้งนี้ กบข. คงคาดการณ์เดิมว่า Fed มีโอกาสไม่น้อยที่จะส่งสัญญาณ QE taper ล่วงหน้าอย่างมีนัยสำคัญภายใน Q3


สภาวะเศรษฐกิจ : เศรษฐกิจโลกเริ่มแสดงให้เห็นภาพการฟื้นตัวแบบไม่เท่ากัน (uneven recovery) ชัดเจนมากขึ้นอีกครั้ง เหตุจากความคืบหน้าการฉีดวัคซีนเป็นหลัก โดยที่การเข้าใกล้ภาวะภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity) ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นภายใน Q3 ของปีนี้ (จากการตั้งสมมติฐานตาม Dr Fauci ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านโรคติดเชื้อ ซึ่งคาดการณ์ว่าการฉีดวัคซีนจนครอบคลุมประชากรประมาณ 75% จะทำให้การใช้ชีวิตเข้าใกล้สภาวะปกติได้) ของประเทศกลุ่มพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐ แคนาดา สหราชอาณาจักร และยุโรป เป็นต้น ทำให้มีการกลับมาเปิดเมืองอีกครั้ง ซึ่งทยอยเริ่มต้นตั้งเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป สนับสนุนการฟื้นฟูของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี Covid-19 ระลอกสามและการฉีดวัคซีนที่ล่าช้าทำให้หลายประเทศในทวีปเอเชีย รวมถึงไทยกลับมา lockdown อีกครั้ง ส่งผลเชิงลบต่อแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งถึงแม้ว่าจะได้แรงหนุนที่ดีจากการค้าระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง แต่กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลน semiconductor อยู่ด้วยเช่นกัน

แนวโน้มการลงทุน : ปัจจัยในระยะถัดไปที่กล่าวไว้ตั้งแต่ปลาย Q1 ยังคงมีความสำคัญต่อไป โดยเฉพาะความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นต่ออัตราเงินเฟ้อและต่อการลดความผ่อนคลายนโยบายการเงินของเศรษฐกิจหลักของโลกอย่างสหรัฐ โดยที่ กบข. ล่าสุดประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อน่าจะปรับสูงขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องมีแนวโน้มไม่ยั่งยืนในระยะกลางถึงยาว ซึ่งได้แก่ มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ Covid-19 มูลค่ามหาศาล, การกลับมาเปิดเมือง (reopening) ในช่วงแรก, อุปสงค์ที่ค้างจากช่วงก่อนหน้า (pent-up demand), ภาวะอุปทานส่วนขาด (supply shortage), และฐานต่ำเทียบกับปีก่อนหน้า (low bases) ทั้งนี้ เราอาจต้องพิจารณาปัจจัยดังกล่าวจนถึงปลายปีนี้เป็นอย่างน้อยจนกว่าจะได้ข้อสรุปว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับสูงและต่อเนื่องนานเกินไปหรือไม่ นอกจากนี้ บันทึกการประชุมนโยบายการเงินของ Fed สำหรับเดือนเมษายนเริ่มมีการกล่าวถึงการพิจารณาลดความผ่อนคลายนโยบายการเงินจากเศรษฐกิจสหรัฐส่งสัญญาณฟื้นตัวแข็งแกร่งต่อเนื่อง อนึ่ง กบข. ยังคงคาดการณ์เดิมว่า Fed มีโอกาสไม่น้อยที่จะส่งสัญญาณการลดอัตราการเพิ่มสภาพคล่องในระบบการเงิน (QE taper) ล่วงหน้าอย่างมีนัยสำคัญภายใน Q3 นี้

ทั้งนี้ ความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อและการดำเนินนโยบายการเงินที่เพิ่มสูงขึ้นสร้างความไม่แน่นอนต่อภาวะลงทุน ซึ่งสนับสนุนขาขึ้นของ bond yield อายุระยะยาว (กบข. ยังคงคาดการณ์ 1.8-2.0% ภายในปีนี้สำหรับ bond yield อายุ 10 ปีของสหรัฐ) ทำให้ต้องมีความระมัดระวังมากขึ้นในการจัดสรรการลงทุน สำหรับสินทระพย์เสี่ยงสูงโดยเฉพาะตราสารทุนและสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity) ในช่วงนี้และระยะข้างหน้า การทยอยออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเติบโตสูง (growth tech) เข้ากลุ่มมูลค่า (value) และกลุ่มวัฎจักร (cyclical) เช่น การเงิน อุตสาหกรรม และพลังงาน ยังค่อนข้างมีแนวโน้มดำเนินต่อไปได้ นอกจากนี้ หุ้นในทวีปยุโรปมีแนวโน้มเชิงบวกจากนโยบาย reopening กอปรกับความแข็งแกร่งด้านอุตสาหกรรมและการส่งออก รวมถึงความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญของ EU recovery fund มูลค่า 750 พันล้านยูโร ในขณะที่ commodity อย่างทองแดงและน้ำมันถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพช่วยบรรเทาความเสี่ยงอัตราเงินเฟ้อได้ รวมทั้งหนุนด้วยการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องต่อไปของอุปสงค์ทั่วโลก ถึงแม้ว่าจะเริ่มชะลอลงบ้างในระยะถัดไป สำหรับสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ การถือครองพันธบัตรรัฐบาลอายุระยะยาวในสัดส่วนที่น้อยกว่าปกติยังมีความเหมาะสม (bond yield ขาขึ้นส่งผลเชิงลบต่อมูลค่าตราสารหนี้) สำหรับอัตราแลกเปลี่ยน กบข. มองว่าเงินบาทน่าจะยังอยู่ในด้านอ่อนค่า (USDTHB ใกล้เคียงกับระดับปัจจุบันที่ประมาณ 31.4 หรือสูงกว่าเล็กน้อย) จนถึงช่วง Q3 สอดคล้องกับการคาดการณ์การส่งสัญญาณ QE taper ของ Fed แต่มีโอกาสอ่อนค่าน้อยลงหรืออาจกลับเป็นแข็งค่าได้ (อาจต่ำกว่า 31.4-31.5) ในช่วง Q4 เข้าใกล้มูลค่าพื้นฐานเชิงมหภาค โดยที่คาดการณ์จากดุลบัญชีเดินสะพัด (current account) และดุลยภาพตลาดเงิน


   ภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนเดือนพฤษภาคม 2564

28 พฤษภาคม 2564


เว็บไซต์ของ กบข. มีการใช้งานคุกกี้ (Cookies) เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น โดยจะทำให้ กบข. เข้าใจลักษณะการใช้งานเว็บไซต์ของ กบข. ของท่าน และทำให้เว็บไซต์ของ กบข. เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์ของ กบข. นี้จะถือว่าท่านได้อนุญาตให้ กบข. ใช้คุกกี้ตาม นโยบายการใช้คุกกี้