logo-itself-band
ตำแหน่งที่เปิดรับ
กรอกใบสมัคร
สรุปผลการจัดซื้อ-จัดจ้าง
วิเคราะห์ผลการจัดซื้อจัดจ้าง
ประกาศจำหน่ายทรัพย์สิน
MCS Web
แบบฟอร์ม
งาน กบข.
กิจกรรมต่าง ๆ
ll

ข่าวประชาสัมพันธ์



อนุมัติงบจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์เพิ่มเติม 9,998,820 โดส

 

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติวงเงิน 4,745 ล้านบาท สำหรับการจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์ เพิ่มเติมอีก จำนวน 9,998,820 โดส เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคแก่กลุ่มเป้าหมายหลัก 6 กลุ่ม ได้แก่

- เด็กอายุ 12 - 17 ปี

- หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป         

- บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า (ฉีดกระตุ้นภูมิเข็มที่หนึ่ง)

- ผู้สูงอายุและผู้มีและกลุ่ม 7 โรคเสี่ยง

- ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เน้นผู้สูงอายุและโรคเรื้อรัง

- ผู้ที่มีความจำเป็นต้องการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ เช่น นักเรียน นักศึกษา นักกีฬา นักการทูต เป็นต้น โดยกลุ่มเป้าหมายสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคได้

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ดำเนินการจัดซื้อจัดหาวัคซีน โควิด-19 แล้วจำนวน 80 ล้านโดส วงเงิน 22,990 ล้านบาท ดังนี้

- บริษัทแอสตร้าเซนเนก้า 61 ล้านโดส

- ชิโนแว็กซ์ จำนวน 19 ล้านโดส

- บริษัทไฟเซอร์ จำนวน 20 ล้านโดส

สำหรับการจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์เพิ่มเติมอีกจำนวน 9.9 ล้านโดส วงเงิน 4,745 ล้านบาทนี้ จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการจัดหาวัคซีนให้กับประชาชนจำนวนอย่างน้อย 100 ล้านโดส ภายในปี 2564 เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ตามนโยบายของรัฐบาลและสร้างภูมิคุ้มกันโรค ลดอัตราการป่วยและการเสียชีวิต รวมทั้งเป็นการลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็ว

------------------------------

 

ขยายกรอบวงเงินเยียวยาผู้ประกันตน ม.39, ม.40 จากโควิด-19

 

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติขยายกรอบวงเงินเพิ่ม จำนวน 44,314.05 ล้านบาท จากเดิม  33,471.00 ล้านบาท เป็นจำนวน 77,785.06 ล้านบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ 29 จังหวัด โดยช่วยเหลือจำนวน 5,000 บาท/คน รวมทั้งสิ้น 9,385,930 คน ได้แก่

- ผู้ประกันตนมาตรา 39 จำนวน 1,436,171 คน

- ผู้ประกันตน มาตรา 40 จำนวน 7,949,759 คน

มติ ครม.ดังกล่าวสืบเนื่องจากมีการขยายระยะเวลาให้ผู้ประกันตนมาตรา 40 ในพื้นที่ 3 จังหวัด สามารถขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนรายใหม่ได้ ตั้งแต่วันที่ 1- 24  สิงหาคม  3และพื้นที่ 16 จังหวัด ให้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนรายใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 4 - 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา รวมทั้งขยายการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ 13 จังหวัด เพิ่มเติม 1 เดือน

มาตรการเยียวยาผู้ประกันตน มาตรา 39 และมาตรา 40 ในพื้นที่สีแดงเข้ม หรือพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด มีดังนี้

- กลุ่ม 10 จังหวัดแรก ประกอบด้วย กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา

- กลุ่ม 3 จังหวัด ประกอบด้วย ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และพระนครศรีอยุธยา

- กลุ่ม 16 จังหวัด ประกอบด้วย กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี อ่างทอง นครนายก ปราจีนบุรี ลพบุรี ระยอง สิงห์บุรี สระบุรี นครราชสีมา เพชรบูรณ์ ตาก

มาตรการดังกล่าว มีเงื่อนไขคือผู้ประกันตน มาตรา 39 และ ผู้ประกันตนมาตรา 40 ต้องประกอบอาชีพอิสระในพื้นที่ 29 จังหวัดและจ่ายเงินสมทบครบถ้วนตามเงื่อนเวลาที่กำหนด

------------------------------

 

ความคืบหน้าโครงการนำร่องการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงาน (Factory Sandbox)

 

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบความคืบหน้าการดำเนินโครงการนำร่องการป้องกันและการควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงาน (Factory Sandbox) ภายใต้แนวคิด เศรษฐศาสตร์สาธารณสุขโดยมุ่งเน้นให้สถานประกอบการ กิจการ โรงงานภาคการผลิตส่งออกขนาดใหญ่ (แรงงาน 500 คนขึ้นไป) สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ภายใต้มาตรการควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19

การดำเนินโครงการ Factory Sandbox ดูแลแรงงาน 9.2 หมื่นคน พื้นที่เป้าหมายแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ

ระยะที่ 1 จ.นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร และชลบุรี

ระยะที่ 2 จ.อยุธยา ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ

เป้าหมาย กลุ่มอุตสาหกรรม 4 ประเภท ได้แก่

1. ยานยนต์

2. ชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์

3. อาหาร   

4. อุปกรณ์การแพทย์

ขับเคลื่อนภายใต้ 4 หลักการ ได้แก่

1. ตรวจ ดำเนินการตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR แรงงานในสถานประกอบการทุกคน เพื่อแยกคนป่วยไปรักษาทันทีและดำเนินการตรวจโดยชุดตรวจ ATK ทุกสัปดาห์

2. รักษา สถานประกอบการจัดให้มีสถานพยาบาลขึ้นดังนี้

                 - สถานแยกกักตัว (Factory Isolation: FAI) และ Hospitel สำหรับผู้ป่วยสีเขียว

                 - โรงพยาบาลสนาม สำหรับผู้ป่วยสีเหลือง

                 - ICU สำหรับผู้ป่วยสีแดง

3. ดูแล การฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ให้แรงงาน โดยเน้นกลุ่ม 7 โรคเสี่ยง คนท้องและออกใบรับรอง “โรงงานสีฟ้า” เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุน

4. ควบคุม ให้สถานประกอบการดำเนินการตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคพื้นที่เฉพาะ (Bubble and Seal) และมาตรการด้านสาธารณสุข (DMHTT)

------------------------------

 

โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ครั้งที่ 3

 

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติวงเงิน 2,909 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ครั้งที่ 3 จำนวน 1,766 โครงการ พื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ จ.แพร่ พิษณุโลก ตาก สุโขทัย ร้อยเอ็ด สุรินทร์ อำนาจเจริญ พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี และสระแก้ว

ประโยชน์

1. ช่วยเกิดการจ้างงาน 29,765 คน มีผู้ที่ได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 3,535,704 คน หรือไม่น้อยกว่า 8,354 ครัวเรือน

2. ช่วยยกระดับมาตรฐานและคุณภาพของสินค้า ทักษะความรู้ในการประกอบอาชีพและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการฟื้นตัวและพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจในหมู่บ้านและชุมชน

โครงการพัฒนาฯ ครอบคลุม 4 กลุ่มหลักๆ ได้แก่

- กลุ่มพัฒนาสินค้า ท่องเที่ยวบริการ และการค้า จำนวน 2 โครงการ

- กลุ่มยกระดับประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการ เกษตร จำนวน 28 โครงการ

- กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน จำนวน 14 โครงการ

- กลุ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานชุมชน จำนวน 1,722 โครงการ รวมทั้งสิ้น 1,766 โครงการ

31 สิงหาคม 2564