logo-itself-band
ตำแหน่งที่เปิดรับ
กรอกใบสมัคร
สรุปผลการจัดซื้อ-จัดจ้าง
วิเคราะห์ผลการจัดซื้อจัดจ้าง
ประกาศจำหน่ายทรัพย์สิน
MCS Web
แบบฟอร์ม
งาน กบข.
กิจกรรมต่าง ๆ

แผนการบริหารงาน

ตามที่ กบข. ได้กำหนดหลักการในการวางแผนดำเนินการ และบริหารองค์กรให้เป็นองค์กรที่มุ่งให้ความสำคัญกับสมาชิก (Member Centric) และเสริมสร้างความมีส่วนร่วม (Engagement) ระหว่างสมาชิกกับ กบข. มากยิ่งขึ้น พร้อมกันนั้น ได้มุ่งสู่การลงทุนแบบยั่งยืน และเป็นแกนนำผู้บุกเบิกการดำเนินงานด้านการลงทุนโดยใช้หลักการ ESG Investment อย่างจริงจังจนได้รับการยอมรับจากภาครัฐ ภาคเอกชน และกลุ่มอุตสาหกรรมการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศในช่วงปี 2561 – 2562 นั้น

ในปี 2563 กบข. จะยกระดับเป้าหมายการดำเนินงานให้ กบข. เป็นสถาบันบริหารเงินออมเพื่อการเกษียณที่มีความยั่งยืน (Sustainable Pension) ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจากผลสำเร็จจากการดำเนินงานภายใต้หลักการ Member Centric ที่ได้ปรับเปลี่ยนองค์กร และวางพื้นฐานในด้านการสื่อสาร การให้บริการ และจัดสวัสดิการแก่สมาชิก จัดโครงสร้างการบริหารเงินกองทุนเพื่อรองรับภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย การปรับปรุงองค์กร การบริหารบุคลากร และส่งเสริมให้ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพื่อผลักดันให้ กบข. เป็นองค์กรดิจิทัล โดยดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ 3 ด้าน ดังนี้

  • ยุทธศาสตร์ด้านสมาชิก
  • ยุทธศาสตร์ด้านการลงทุน
  • ยุทธศาสตร์ด้านขับเคลื่อนองค์กร

          กบข. ยังคงเน้นการสื่อสาร สร้างสังคมการออม (GPF Community) ผ่านสื่อดิจิทัล โดยขยายฐานการเข้าถึงและเพิ่มการมีส่วนร่วมของสมาชิก (Member Engagement Boost Up) โดยมุ่งเน้นสมาชิกกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วย My GPF Application เพื่อให้ครอบคลุมสมาชิก 1 ล้านคนให้ได้มากที่สุด และจะใช้การสื่อสารการตลาดอ้างอิงข้อมูลเชิงพฤติกรรม (Behavioral-Based Marcom) เพื่อให้การจัดทำข้อมูลข่าวสารตรงกับความต้องการ และเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          แม้ว่าความแตกต่างของสมาชิกทั้งด้านความต้องการที่หลากหลาย และสมาชิกที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศเคยเป็นปัญหาในการนำเสนอบริการของ กบข. ในอดีต แต่การที่ กบข. สามารถสร้างฐานข้อมูลสมาชิก (Big Data) ขึ้นมาได้ ทำให้ กบข. สามารถวิเคราะห์ และจัดให้มีบริการในลักษณะที่เป็นการให้บริการแบบส่วนบุคคล (Personalization of Services) ได้ดีขึ้น สามารถนำเสนอบริการหรือสวัสดิการรายจังหวัด (Localized Privilege) ที่เข้าถึงพื้นที่ในจังหวัดต่าง ๆ อีกทั้งการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) เพื่อความมั่นคงวัยเกษียณ ก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นและตั้งเป้าหมายใหม่ที่ท้าทายให้กับองค์กรในเรื่องจำนวนสมาชิกออมเพิ่ม และเลือกแผนการลงทุน

          นอกจากการบริการ และการสื่อสารข้างต้นแล้ว กบข. ยังจัดทำโครงการสำรวจประสบการณ์ใช้บริการ (Member Experience) เพื่อยกระดับการให้บริการ และแก้ปัญหา (Pain Points) ในการใช้บริการของสมาชิก รวมถึงการยกระดับความสัมพันธ์และปรับปรุงประสิทธิภาพการประสานงานกับหน่วยเบิกจ่ายเพื่อให้มีการสื่อสารทางตรงกับหน่วยเบิกจ่าย 7,492 หน่วยทั่วประเทศอีกด้วย




ปัจจัยหลักที่จะทำให้สมาชิกมีความเชื่อมั่นและไว้วางใจต่อ กบข. ได้ คือการตอบสนองความคาดหวังในเรื่องการบริหารเงินออมของสมาชิกให้มีความมั่นคง กองทุนควรมีผลตอบแทนเป็นบวกในทุกปี ยอมรับอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่ต่ำได้ และอัตราผลตอบแทนการลงทุนต้องไม่ติดลบ ตามที่ปรากฎในการศึกษาวิจัยความสามารถและการยอมรับความเสี่ยงด้านลงทุนของสมาชิก ดังนั้น สำนักงานจึงได้กำหนดแผนงานในปี 2563 เพื่อตอบสนองความคาดหวังดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการลดความผันผวนของผลตอบแทน (Stability of Return) ผ่านเครื่องมือการลงทุนต่าง ๆ เช่น การทบทวนและจัดสรรเงินลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Tactical Asset Allocation) เชิงรุก ที่ปรับตัวต่อการเคลื่อนไหวของตลาดการลงทุนอย่างรวดเร็วทันต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ ในการปรับสัดส่วนการลงทุนระยะสั้น เพิ่มการลงทุนในกลุ่มสินทรัพย์ทางเลือก และ Absolute Return Fund ที่ก่อให้เกิดรายรับที่สม่ำเสมอ เช่น รายได้จากค่าเช่า รวมถึงการใช้ตราสารอนุพันธ์ทางการเงินเพื่อบริหารความเสี่ยงของสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ซึ่งคาดหวังว่าจะลดความผันผวนของอัตราผลตอบแทนของกองทุนลงได้

นอกจากนี้ กบข. จะเพิ่มแผนทางเลือกการลงทุน (Investment Choice) เพิ่มเติมในปี 2563 เพื่อให้สมาชิกมีทางเลือกในการลงทุนที่มีความสม่ำเสมอของผลตอบแทน ได้แก่ แผนการลงทุนในสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานในประเทศ (REIT/Infrastructure Fund) และ แผนการลงทุนในตราสารหนี้ที่ถือครองจนครบกำหนด (Term-Fund) ซึ่งจะสามารถตอบสนองต่อเป้าหมายการลงทุนที่หลากหลาย ทักษะทางการเงิน ทักษะด้านการลงทุน รวมถึงระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงของสมาชิกได้ดียิ่งขึ้น




จากการผลักดันอย่างต่อเนื่องให้ กบข. เป็นองค์กรดิจิทัล ทำให้ กบข. มีข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานแอปพลิเคชันมือถือ (My GPF Application) เช่น ความสนใจในข้อมูลประเภทต่าง ๆ ความสนใจในสิทธิประโยชน์และสวัสดิการ การประเมินความเสี่ยง (Member’s Risk Profile) ทำให้สำนักงานเล็งเห็นว่า การตัดสินใจ การวางแผนทางธุรกิจมีความจำเป็นต้องพัฒนาทักษะด้านการใช้และการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Literacy) แก่พนักงาน รวมถึงการบริหารงานในด้านต่าง ๆ นั้นต้องใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจอย่างถูกต้อง และสามารถติดตามผลสำเร็จของการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วเพื่อปรับเปลี่ยนแผนการทำงาน จึงได้ริเริ่มหลักการองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data Driven Organization) ซึ่งมีแผนดำเนินงานดังต่อไปนี้

การจัดทำโครงสร้างเทคโนโลยีสารสนเทศรองรับ Data Driven Organization ซึ่ง กบข. จะมีการร่วมมือกับสถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ในการเสริมสร้างความรู้ด้านการใช้และวิเคราะห์ข้อมูล การทำแบบจำลองเชิงพยากรณ์ และเมื่อ กบข. มีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มขึ้นแล้ว ก็จะได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ มีการจัดทำแบบจำลอง (Predictive Model) เพื่อพัฒนาการให้บริการแก่สมาชิก ซึ่งจะมีการประยุกต์ใช้ในหลากหลายบริการ ทั้งการสื่อสารสมาชิก การจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ การให้ความรู้สมาชิก รวมถึงการดูแลสมาชิกกลุ่มเสี่ยงที่คาดว่าจะมีเงินออมเพื่อการเกษียณไม่เพียงพอ ซึ่งนอกจากงานด้านบริการสมาชิกแล้ว ยังมีแผนงานที่จะใช้การวิเคราะห์ข้อมูล และการจัดทำแบบจำลอง (Quantitative Model) สำหรับการตัดสินใจลงทุน ที่สอดคล้องตามขั้นตอนการตัดสินใจบริหารเงินกองทุน ตั้งแต่การจัดสรรเงินลงทุนระยะกลาง กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น การวิเคราะห์สินทรัพย์ลงทุน และการบริหารความเสี่ยง อีกด้วย

สำหรับการดำเนินงานของ กบข. ตามพันธกิจเรื่องการออมเพื่อการเกษียณนั้น นอกจากผู้มีส่วนได้เสียหลักคือสมาชิก กบข. แล้ว ในฐานะองค์กรของรัฐ กบข. ยังช่วยขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการออมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีหลังเกษียณ และยังสามารถประยุกต์องค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารเงินออมระยะยาว เพื่อให้สังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญ และสามารถเตรียมตัวรับมือกับสังคมผู้สูงอายุได้อย่างทันท่วงที สำนักงานได้ริเริ่มจัดทำดัชนีความมั่นคงทางการเงินเพื่อการเกษียณ (Retirement Readiness Index) สำหรับสมาชิก กบข. ในปี 2562 เพื่อใช้เป็นตัวบ่งชี้ถึงระดับความสำเร็จของเป้าหมายการส่งเสริมให้สมาชิกมีเงินออมเพื่อการเกษียณที่พอเพียง ในปี 2563 นี้ กบข. จะขยายขอบเขตของดัชนีดังกล่าวโดยเพิ่มมิติในการวิเคราะห์เพื่อสร้างดัชนีความพร้อมเพื่อการเกษียณระดับประเทศ (National Retirement Readiness Index) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมสังคมการออม และทุกภาคส่วนสามาถใช้เป็นแนวทางในการผลักดันนโยบายพร้อมสร้างความเพียงพอและความมั่นคงทางการเงินเพื่อการเกษียณที่มีคุณภาพของสังคมไทย