บริการสมาชิก
แผนเกษียณของฉัน
แผนการลงทุน
ออมเพิ่ม
ออมต่อ
สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก
ศูนย์ให้คำปรึกษาทางการเงิน
ความรู้คู่การออม
ปฏิทินกิจกรรม
วารสาร กบข.
แบบฟอร์มต่างๆ
ตรวจสอบสิทธิคงค้าง
โปรแกรมช่วยสรุปหาทายาทผู้มิสิทธิรับเงิน กบข.
มาตรฐานระยะเวลาการให้บริการ (SLA)
logo-itself-band
ตำแหน่งที่เปิดรับ
กรอกใบสมัคร
สรุปผลการจัดซื้อ-จัดจ้าง
วิเคราะห์ผลการจัดซื้อจัดจ้าง
ประกาศจำหน่ายทรัพย์สิน
MCS Web
แบบฟอร์ม
งาน กบข.
กิจกรรมต่าง ๆ

เปลี่ยนแผนการลงทุนบ่อย ๆ ดีไหม



 การเลือกแผนการลงทุน สมาชิกควรเลือกแผนการลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้และสอดคล้องกับระยะเวลาลงทุน โดยมุ่งหวังผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว และควรเปลี่ยนแผนลงทุนเมื่อเป้าหมายเปลี่ยน เช่น เข้าใจการลงทุนมากขึ้น คาดหวังผลตอบแทนที่มากขึ้น รับความเสี่ยงได้มากขึ้น ควรเปลี่ยนแผนลงทุนที่มีความเสี่ยงมากขึ้น หรือ เมื่อใกล้เกษียณต้องการลดความผันผวนของมูลค่าเงิน ควรเปลี่ยนเป็นแผนลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำลง เป็นต้น ไม่ควรเปลี่ยนแผนการลงทุนบ่อยเกินไป เพราะจะทำให้เสียโอกาสการลงทุนหรือตัดสินใจผิดพลาดได้

แม้ปัจจุบัน กบข. มีบริการให้เปลี่ยนแผนได้ 4 ครั้งต่อปี เพื่อให้สมาชิกเปลี่ยนแผนได้เมื่อต้องการ แต่ก่อนเปลี่ยนแผนการลงทุนทุกครั้ง ควรตอบคำถามตัวเองให้แน่ใจก่อนว่า “สมาชิกต้องการเปลี่ยนแผนการลงทุนเพราะอะไร”

1.  ต้องการจับจังหวะการลงทุนหรือเปลี่ยนตามสถานการณ์การลงทุน

        หากสมาชิกเปลี่ยนตามสถานการณ์การลงทุน สมาชิกต้องมีความมั่นใจตนเองก่อนว่า สามารถวิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์ตลาดได้อย่างค่อนข้างแม่นยำ เพราะการเปลี่ยนตามสถานการณ์การลงทุนมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ในทางปฏิบัติไม่มีใครสามารถรู้ล่วงหน้าแน่นอนว่าจังหวะไหนควรย้ายออกก่อนที่ราคา NAV จะลดลง หรือย้ายเข้าแผนการลงทุนแผนที่ราคา NAV กำลังจะเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่ย้ายออกเมื่อ NAV ลดลงไปแล้ว หรือย้ายเข้าเมื่อ NAV ขึ้นไปแล้ว เป็นต้น

        หากสมาชิกต้องการเปลี่ยนแผนตามสถานการณ์ ควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ เช่น แผนตราสารทุนไทย ลงทุนหุ้นไทย ผันผวนในทิศทางเดียวกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์  แต่ราคา NAV ไม่ได้ขึ้นลงเท่ากับดัชนีหุ้นไทย ตัวอย่าง  ดัชนีหุ้นไทยเพิ่มขึ้น 10% แผนตราสารทุนอาจจะขึ้นไม่ถึง 10% เนื่องจากนโยบายของแผนไม่ได้ลงทุนหุ้นทุกตัวในตลาด เป็นต้น  หรือ แผนสมดุลตามอายุ 60 หากสมาชิกอายุไม่ถึง 45 ปี นโยบายลงทุนให้ประมาณ 65%  นโยบายลงทุนทั้งหุ้นไทยและต่างประเทศ และ ยังมีสินทรัพย์อื่นอีก 35% ดังนั้นจะพิจารณาจากเฉพาะดัชนีหุ้นไทยอย่างเดียวไม่ได้ เป็นต้น  

หากสมาชิกต้องการเปลี่ยนแผนตามสถานการณ์ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเข้าใจนโยบายการลงทุนของแผนการลงทุนเป็นอย่างดี 

2.   เปลี่ยนแผนการลงทุนเพราะกำลังวิตกกังวลใช่หรือไม่

        อยากเปลี่ยนแผนการลงทุนเพราะเห็นยอดเงินในช่วงนี้ปรับตัวลดลงมาทุกวัน เกิดอาการวิตกกังวลกลัวเงินจะลดลงไปอีก หากสมาชิกยังมีระยะเวลาลงทุนมากพอ สมาชิกควรศึกษาการลงทุนและทำความเข้าใจแผนการลงทุนเป็นอย่างดีก่อนตัดสินใจเปลี่ยน เพราะโดยส่วนใหญ่มักจะกลัวตอนที่ราคา NAV ลดลง แล้วตกใจจึงเปลี่ยนแผนการลงทุน ทำให้ขายหน่วยในราคาที่ถูก รับรู้ราคาที่ลดลงทันทีหรือรับรู้ผลตอบแทนที่ลดลงทันที  แล้วรอจังหวะเพื่อเปลี่ยนไปแผนที่มีความเสี่ยงมากขึ้นเพื่อหวังให้ผลตอบแทนที่มากขึ้นเพื่อชดเชยผลตอบแทนที่เสียไป แต่กลับเข้ามาช้ากว่าที่ควรจะเป็นเนื่องจากราคา NAV ขึ้นมาแล้ว หรือลังเลไม่รู้ว่าควรย้ายมาเมื่อไหร่ดี  ก็อาจทำให้เสียโอกาสได้รับผลตอบแทนมากกว่าการคงอยู่แผนเดิมและถัวเฉลี่ยราคาไปในระยะยาว เพราะช่วงที่ราคา NAV ปรับราคาลง ถ้าสมาชิกอยู่แผนเดิมสะสมเงินเท่าเดิมก็จะทำให้ได้จำนวนหน่วยมากขึ้น เมื่อราคา NAV เติบโตขึ้นได้ในระยะยาวก็มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้มากกว่าการเปลี่ยนแผนการลงทุนไปมาบ่อย ๆ ได้  

ดังนั้น การเปลี่ยนแผนการลงทุนบ่อย ๆ อาจจะไม่เกิดผลดีเสมอไป  สมาชิกควรศึกษาข้อมูลพื้นฐานของการลงทุน เข้าใจนโยบายของแผนการลงทุน เลือกแผนลงทุนที่สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุน ความเสี่ยงที่รับได้และระยะเวลาลงทุน ถ้าจะเปลี่ยนแผนการลงทุนเมื่อเข้าใจ ถ้าต้องการเปลี่ยนแผนตามสถานการณ์ลงทุน ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หากสมาชิกต้องการข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ สามารถนัดหมายศูนย์ข้อมูลการเงิน กบข. ผ่าน  My GPF Application เมนู “นัดหมายข้อมูลการเงิน” หรือคลิกที่นี่ https://forms.gle/BXX6scQ6r5UYG45d6