บริการสมาชิก
บริการดิจิทัล
แผนการลงทุน
ออมเพิ่ม
ออมต่อ
สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก
ศูนย์ให้คำปรึกษาทางการเงิน
ความรู้คู่การออม
ปฏิทินกิจกรรม
วารสาร กบข.
แบบฟอร์มต่างๆ
มาตรฐานระยะเวลาการให้บริการ (SLA)
logo-itself-band
ตำแหน่งที่เปิดรับ
กรอกใบสมัคร
สรุปผลการจัดซื้อ-จัดจ้าง
วิเคราะห์ผลการจัดซื้อจัดจ้าง
ประกาศจำหน่ายทรัพย์สิน
MCS Web
แบบฟอร์ม
งาน กบข.
กิจกรรมต่าง ๆ

เช็กลิสต์เตรียมการเพื่อวัยเกษียณ




ก่อนถึงวันเกษียณ ขณะที่เราวิ่งวุ่นอยู่กับการตั้งใจทำงานหาเงิน อาจทำให้เราหลงลืมบางสิ่งบางอย่างที่จำเป็นจะต้องเตรียมสำหรับการเกษียณ นอกเหนือจากการจดบันทึกรายรับ รายจ่าย และการบันทึกแจกแจงสินทรัพย์ หนี้สินต่างๆ ที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอในทุกปีแล้ว เราควรทำอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง?

 

วันนี้มีเช็กลิสต์สำหรับผู้ที่ใกล้จะเกษียณมาให้ตรวจสอบไปด้วยกันครับ

ถ้ามีเวลา 10 ปีก่อนเกษียณ

ทบทวนยอดเงินลงทุนที่มีและปรับพอร์ตการลงทุน

สำหรับการลงทุนที่เราเตรียมไว้ใช้หลังเกษียณ ควรจะมีการปรับความเสี่ยงของพอร์ตลง โดยลดสัดส่วนตราสารทุน เพิ่มสัดส่วนตราสารหนี้ในพอร์ตให้มากขึ้น ตัวอย่าง แผนสมดุลตามอายุของ กบข. สำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปี จะมีสัดส่วนตราสารทุน 32% มีตราสารหนี้ 63% และการลงทุนอื่นๆ 5% ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีการปรับสัดส่วนตราสารทุนลงเรื่อยๆ ปีละ 2-3% จะเห็นได้ว่าเมื่อใกล้เกษียณมากขึ้นเราจำเป็นต้องลดความผันผวนของการลงทุน เนื่องจากใกล้ถึงวันที่เราต้องใช้เงินนั่นเอง

วิธีการปรับพอร์ตนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่เราสามารถปรับสัดส่วนการลงทุนได้นะครับ

ทดลองใช้โปรแกรมคำนวณเงินสำหรับการเกษียณ

ในเว็บไซต์ของสถาบันการเงินหลายแห่งมีบริการจำลองแผนการลงทุนสำหรับการเกษียณ เพื่อให้รู้ว่า เราควรเตรียมเงินเท่าไหร่ถึงจะพอใช้ยามเกษียณ และที่สำคัญทำให้รู้ว่าเราต้องออมเงินหรือลงทุนเดือนละเท่าไหร่เพื่อให้ได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้จะต้องเตรียมข้อมูลเบื้องต้นในเรื่องข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลด้านการเงิน

ตัวอย่าง ณ ปัจจุบันอายุ 50 ปี ต้องการเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี คาดการณ์อายุขัยอยู่ที่ 80 ปี ประมาณค่าใช้จ่ายหลังเกษียณอยู่ที่ 22,000 บาท อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 2.5% ต่อปี ถ้าเงินออมที่มีอยู่แล้วตอนนี้ 1,000,000 บาท จะต้องเก็บเงินตั้งแต่อายุ 50 ปี เพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 29,000 บาท จะทำให้มีเงิน ณ วันเกษียณที่อายุ 60 ปี ประมาณ 6,600,000 บาท ซึ่งจะเป็นจำนวนเงินที่เพียงพอสำหรับมาตรฐานการดำรงชีพไปจนถึงอายุ 80 ปี

เราสามารถใช้ข้อมูลจริงของตัวเราเอง มาทดลองคำนวณได้เลยครับ และสำหรับ สมาชิก กบข. สามารถใช้โปรแกรมคำนวณเงินเกษียณได้ ที่เมนูแผนเกษียณของฉัน ใน My GPF Application

 

5 ปีก่อนเกษียณ

 

ปรับพอร์ตการลงทุนให้มีความเสี่ยงน้อยลง

เนื่องจากระยะเวลาก่อนเกษียณมีน้อยลง หากพอร์ตปรับตัวลดลงจนขาดทุน คงไม่ดีแน่ๆ หากการลงทุนมีสัดส่วนตราสารทุนอยู่มากจะทำให้พอร์ตผันผวน สำหรับแผนสมดุลตามอายุของ กบข. สำหรับผู้ที่อายุ 55 ปี กำหนดสัดส่วนตราสารทุน 18% ตราสารหนี้ 82%

โดยผู้ที่มีกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่ครบกำหนดแล้ว แนะนำทยอยขายหน่วยลงทุนออกและสะสมกองทุนตราสารหนี้เพิ่มมากขึ้น และหากต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีต่อเนื่อง แนะนำลงทุนกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่เป็นประเภทตราสารหนี้ โดยกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพต้องลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาทต่อปี และลงทุนต่อเนื่อง 5 ปีนะครับ

จัดการเรื่องบ้านหรือที่อยู่อาศัย

สถานที่ที่จะอาศัยอยู่หลังเกษียณ ควรอยู่ไม่ไกลจากชุมชน และสถานพยาบาล อีกทั้งควรเตรียมความพร้อมให้ที่อยู่อาศัย มีลักษณะที่มีความความปลอดภัย และมีลักษณะเหมาะสมกับวัยสูงอายุ

เมื่อผู้ที่เกษียณแล้วมีเงินเก็บไม่เพียงพอ บ้านก็เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งซึ่งสามารถตัดสินใจขายบ้าน เพื่อมีเงินไปซื้อบ้านที่เล็กลง หรือเช่าอพาร์ตเมนต์จะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายได้ และมีทางเลือกอื่นๆ เช่น ถ้าอยากอยู่บ้านหลังเดิมก็สามารถใช้บริการสินเชื่อ Reverse Mortgage โดยผู้กู้ยังอาศัยอยู่ในบ้านได้เหมือนเดิมและมีเงินใช้รายเดือนอีกด้วย (ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.posttoday.com/finance-stock/columnist/599668)

สำหรับสมาชิก กบข. สามารถเปลี่ยนบ้านให้เป็นบำนาญได้ โดยมีโครงการ "สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ" (รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.gpf.or.th/thai2019/2Member/main.php?page=14-16&menu=rightformember)

ตรวจสอบกรมธรรม์ประกันชีวิตและประกันสุขภาพที่คุ้มครองหลังเกษียณ

โดยอาจพิจารณาการทำประกันสุขภาพเพิ่มเติมก่อนที่จะเจ็บป่วย และประกันสุขภาพที่ทำควรทำพ่วงไปกับประกันแบบตลอดชีพเนื่องจากจะให้ความคุ้มครองเราได้ในระยะยาวหลังเกษียณ

 

1 ปีก่อนเกษียณ

ประเมินกระแสเงินสดทั้งรายได้และรายจ่าย

หากพบว่าเงิน ณ วันเกษียณไม่เพียงพอสำหรับใช้ชีวิตยามเกษียณ แนะนำให้หาทางลดรายจ่าย เช่น การทำอาหารแทนที่การออกไปทานอาหารนอกบ้าน อาจจะท่องเที่ยวน้อยลง และหาทางเพิ่มรายได้ เช่น ตัดสินใจทำงานต่อไป หาอาชีพใหม่ตามความถนัด หรือขายสินทรัพย์ต่างๆ

 

ปรับสัดส่วนพอร์ตการลงทุนหลังเกษียณ และทยอยถอนเงิน

เมื่อถึงเวลาต้องใช้เงิน ควรถอนเงินเป็นรายเดือน เพื่อนำมาใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น เพราะว่าเงินก้อนใหญ่ที่ยังไม่ได้นำออกมาใช้ ยังสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนต่อไปได้ ทั้งนี้พอร์ตการลงทุนเมื่ออายุมากกว่า 59 ปี แนะนำควรจะมีตราสารทุน 10% มีตราสารหนี้ 90% และพอร์ตนี้เป็นพอร์ตแนะนำสำหรับการลงทุนช่วงหลังเกษียณ

เช็กลิสต์เหล่านี้เป็นเรื่องที่จะทำก่อนทำหลังอย่างไรก็ไม่มีอะไรตายตัวนะครับ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความพร้อมของแต่ละบุคคล ทั้งนี้คนที่จะตัดสินใจเรื่องทุกเรื่องเกี่ยวกับการเกษียณของเรา ก็คือตัวเราเอง ดังนั้นก่อนตัดสินใจเรื่องใดๆ เราควรพิจารณาอย่างรอบคอบ หาข้อมูล และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจในเรื่องการเงินนะครับ

สำหรับสมาชิก กบข. หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อประกอบการตัดสินใจทางการเงินสามารถนัดหมายศูนย์ข้อมูลการเงิน ได้ที่ เมนู นัดหมายบริการข้อมูลการเงิน ใน My GPF Application



เว็บไซต์ของ กบข. มีการใช้งานคุกกี้ (Cookies) เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น โดยจะทำให้ กบข. เข้าใจลักษณะการใช้งานเว็บไซต์ของ กบข. ของท่าน และทำให้เว็บไซต์ของ กบข. เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์ของ กบข. นี้จะถือว่าท่านได้อนุญาตให้ กบข. ใช้คุกกี้ตาม นโยบายการใช้คุกกี้