การขอรับเงินคืนของสมาชิกพ้นสภาพ
 
 

สุจิตรา ธรรมชาติ
ฝ่ายทะเบียนสมาชิกด้านจ่าย

เก็บตกคำถามจากงานประชุมใหญ่

ในการประชุมใหญ่ผู้แทนสมาชิกประจำปี 2553 ที่ผ่านมา มีคำถามจากผู้แทนที่เกี่ยวข้องกับการขอรับเงินคืนอยู่หลายข้อด้วยกัน ซึ่งเป็นข้อมูลที่จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน กบข. สามารถตอบให้กับสมาชิกในสังกัดคลายข้อสงสัยได้ค่ะ คำถามที่มีมากที่สุดหนีไม่พ้นเรื่องความคืบหน้าในการแก้กฎหมาย เรื่องสูตรบำนาญ ซึ่ง กบข. ขอเรียนให้ทราบว่าขณะนี้ กรมบัญชีกลางได้ว่าจ้างให้ "สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" ทำการศึกษา "แนวทางการช่วยเหลือผู้รับบำนาญด้านการปรับสูตรการคำนวณบำนาญและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพ" ซึ่งล่าสุด (ธันวาคม 2552) ทางสถาบันฯ ได้ส่งรายงานผลการศึกษาให้กรมบัญชีกลางแล้ว และกรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างพิจารณาเสนอความเห็นต่อปลัดกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณา ดังนั้นเรื่องดังกล่าว จึงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติหลักการ ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการในการร่างกฎหมาย ทั้งนี้ หากกระทรวงการคลังได้พิจารณาหลักการเสร็จสิ้นแล้วและอาจมีผลให้ต้องแก้ไขกฎหมาย กบข. ในฐานะหน่วยงานผู้ปฏิบัติงานภายใต้พระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539 ก็พร้อมที่จะดำเนินการต่อไป และหากมีความคืบหน้าของการดำเนินการเป็นประการใด กบข. จะได้แจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป

สำหรับปีนี้จะมีสมาชิก กบข. ที่เกษียณอายุราชการประมาณ 9,000 ราย คิดเป็นจำนวนเงินที่ต้องจ่ายคืนประมาณ 7,000 ล้านบาท โดยสมาชิกที่จะเกษียณในปี 2553 สามารถยื่นคำขอรับเงินจากกองทุนผ่านส่วนราชการเจ้าสังกัดเพื่อตรวจสอบสิทธิและเอกสารหลักฐานประกอบการขอรับเงิน และส่งมายัง กบข. ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2553 เป็นต้นไป กบข. ไม่สามารถรับเอกสารดังกล่าวก่อนวันที่สมาชิกเกษียณอายุราชการได้ เนื่องจากเหตุและสิทธิแห่งการพ้นสมาชิกภาพอาจเปลี่ยนแปลงไปก่อนถึงวันเกษียณอายุราชการ ซึ่งจะมีผลต่อเงินที่ กบข. ต้องจ่ายคืนสมาชิกค่ะ ทั้งนี้ กบข. จะจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากส่วนราชการเจ้าสังกัดและได้ปรากฏหลักฐานถูกต้องครบถ้วน สำหรับเอกสารหลักฐานประกอบการขอรับเงินนั้น สามารถดูรายละเอียดได้จาก www.gpf.or.th เมนู "ข้อมูลสมาชิก" หัวข้อ "การขอรับเงินคืนกรณีต่างๆ" ค่ะ

ในการยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนนั้น สมาชิกสามารถเลือกให้ กบข. ดำเนินการตามความประสงค์ ดังนี้ค่ะ

  1. ขอรับเงินคืนทั้งจำนวน
  2. ขอโอนเงินไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการออกจากงานหรือการชราภาพ
  3. ขอฝากเงินให้กองทุนบริหารต่อ
  4. ขอทยอยรับเงิน
  5. ขอรับเงินบางส่วน ส่วนที่เหลือขอทยอยรับ

หากสมาชิกประสงค์ให้กองทุนบริหารต่อหรือขอทยอยรับเงิน (เลือกข้อ 3 - ข้อ 5) จะต้องยื่น แบบแจ้งความประสงค์ (แบบ กบข.บต 001/2551) เพิ่มเติมจากการยื่น แบบขอรับเงิน (แบบ กบข. รง 008/1/2551) และแนบมาพร้อมกับเอกสารหลักฐานการขอรับเงิน โดยเงื่อนไขในการให้กองทุนบริหารต่อหรือขอทยอยรับเงิน มีดังนี้ค่ะ

  • ยอดเงินที่ฝากให้ กบข. บริหาร จะต้องไม่ต่ำกว่า 35,000 บาท ณ วันที่ยื่นคำขอโดยมีข้อมูลและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน
  • การขอทยอยรับ ต้องรับเป็นรายงวดๆ ละเท่าๆ กัน แต่ต้องมีจำนวนเงินขั้นต่ำรายงวด ไม่ต่ำกว่างวดละ 3,000 บาท
  • สามารถแจ้งเปลี่ยนแปลงจำนวนเงิน หรือความถี่ในการขอรับเงินได้ปีละ 1 ครั้งตามปีปฏิทิน โดยใช้ แบบ กบข. บต 002/2551
  • กบข. จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเพียงวิธีเดียว และหักค่าธรรมเนียมธนาคารที่เกิดขึ้นจริงจากยอดเงินที่สมาชิกได้รับทั้งจำนวนหรือรายงวด

ทั้งนี้สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องกองทุนบริหารต่อหรือขอทยอยรับเงินได้ที่ www.gpf.or.th เมนู "บริหารต่อ / ขอทยอยรับเงิน" ค่ะ

หน้าหลัก บท บก. การนำส่งเงิน กบข. การขอรับเงินคืนของสมาชิกพ้นสมาชิกภาพ สวัสดิการเพื่อสมาชิก
108 คำถามควรรู้ กบข. สมาชิกสัมพันธ์สัญจร ข่าวฝากจาก กบข. สาระน่ารู้